รู้หรือไม่? ภัยร้ายจากแสงสีฟ้า

Last updated: Jun 9, 2014  |  1300 จำนวนผู้เข้าชม  |  Article

รู้หรือไม่? ภัยร้ายจากแสงสีฟ้า

รู้หรือไม่ ? ภัยร้ายจาก " แสงสีฟ้า "

การใช้เวลาทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ประมาณ 8 ชั่วโมง/วัน จะทำให้คุณได้รับพลังงานเท่ากันเป็นเวลา 20 นาทีในช่วงแดดกลางแดด       
                                                                                                             “ Dr.Murad แพทย์ผิวหนัง
 
 

 
"แสงสีน้ำเงินสามารถ เจาะลึกลงสู่ผิวได้ดีกว่าแสง UVA UVB สามารถทะลุสู่ผิวของเราได้ถึงชั้นคอลลาเจนและอีลาสติน" ทำให้ผิวแก่เร็ว
 “ Dr.Williams แพทย์ผิวหนัง ”
 


แสงสีฟ้า ภัยร้าย ที่ทุกคนห้ามมองข้ามเด็ดขาด!!! 


1.ผลต่อระบบประสาท

 
 
จะทำให้ฮอร์โมนเมลาโทนนินหลั่งอยู่ในระดับที่ไม่ปกติ ทำให้เรานอนไม่ตรงเวลา ซึ่งฮอร์โมนนี้เปรียบเสมือน "นาฬิกาชีวิต" ของร่างกาย 


2.จอประสาทตาเสื่อม

เล่นสมาร์ทโฟนในที่มืด ปิดไฟดูโทรทัศน์ ล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงภัยจากแสงสีฟ้าทั้งสิ้น การจ้องมองแสงสีฟ้าติดต่อกันเป็นเวลานาน จะทำให้ดวงตาสร้างสารพิษขึ้นในเซลล์รับแสง จนเกิดอาการจอประสาทตาเสื่อมได้เร็วกว่าวัยอันควร



3.แสงสีฟ้าทำให้ผิวแก่เกินวัย



แสงสีฟ้าสามารถทะลุทะลวงได้ถึงชั้นคอลลาเจนใต้ผิวของเรา และสามารถทะลุทะลวงผ่านชั้นผิวหนังได้ดีกว่าแสง UVA UVB ส่งผลให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น 


 
สาเหตุแสงสีฟ้าที่ทำร้ายเรา


1. อยู่ในปัจจัยที่เลี่ยงไม่ได้





เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้เช่น การดูทีวีเป็นเวลานานในชีวิตการทำงานที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน สังเกตุพอเราจ้องคอมนานๆ เราจะรูสึกปวดตา อาการตาล้า รูสึกเหนื่อย เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว นี่คือเรารับแสงสีฟ้าที่อันตรายโดยไม่รู้ตัว


2.ไม่รู้ผลเสีย



ความไม่รู้บางคนรู้นะว่าเจ้าแสงสีฟ้าไม่ดีต่อสายตา และผิว แต่ก็เฉยๆไม่ได้เห็นว่าอันตรายอะไรมองข้าม แต่บางคนไม่รู้เลยจริงๆพอมารู้อีกทีคือร่างกายเราเกิดความเสียหายไปแล้ว




3. ความเสี่ยงในผู้สูงวัย และเด็ก


 
พฤติกรรมไม่ใช่แค่คนทำงานออฟฟิศเท่านั้นที่มีความเสี่ยง คนทั่วผู้สูงวัย เด็กๆ ที่ใช้อุปกรณ์ดิจิทัล เช่น เกมมือถือ แชตกับเพื่อน เล่นโซเชียลมีเดียต่างๆ รวมถึงการนั่งดูละครหลังข่าวหน้าทีวีเป็นประจำก็ล้วนทำลายดวงตาของเราได้โดยตรง




วิธิป้องภัยจากแสงสีฟ้า


1.ใช้ประโยชน์จากการตั้งค่า "COMFORT VIEW"




อุปกรณ์ใหม่จำนวนมากให้การตั้งค่า "มุมมองที่รักษาสายตา" การตั้งค่านี้เปลี่ยนไฟหน้าจอที่คมชัดไปเป็นแสงอุ่นที่มีความใกล้เคียงระหว่างหน้าจอกับแสงโดยรอบ การตั้งค่านี้สามารถพบได้ในการตั้งค่าการแสดงผลหรือในเมนูโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตใกล้ตัวควบคุมระดับเสียง เพื่อรักษาสายตา



2.ติดตั้งปลั๊กอิน BLUE LIGHT BLOCKING PLUGIN



ปลั๊กอินซอฟต์แวร์บางตัวที่คุณสามารถติดตั้งเพื่อใช้กับเบราว์เซอร์ของคุณได้  ปลั๊กอินเหล่านี้จะเริ่มทำงานโดยอัตโนมัติ  เมื่อคุณใช้เบราว์เซอร์ และเปลี่ยนไฟหน้าจอเพื่อป้องกันดวงตาและผิวจากแสงหน้าจอที่รุนแรง ตัวเลือกหลายตัวเลือกในตลาดให้ทดลองใช้ฟรี


3.ใช้แผ่นกรองแสงหน้าจอ SCREEN FILTER


ตัวกรองหน้าจอสามารถใช้งานได้กับแล็ปท็อปแท็บเล็ตและโทรศัพท์ ส่วนใหญ่ ตัวกรองเหล่านี้พอดีกับอุปกรณ์โดยไม่ทำอันตรายต่อหน้าจอของอุปกรณ์เดิม หรือรบกวนความไวในการสัมผัส สิ่งเหล่านี้เป็นประโยชน์อย่างมาก ราคาก็มีตั้งแต่ 200-500 บาท หากเด็กๆ ที่ชอบใช้คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ดิจิตอล เพื่อเล่นเกมหรือการเรียน เด็กจะไม่ค่อยสวมแว่นตาป้องกันแสงสีฟ้า เพราะไม่รู้ถึงผลเสียที่จะตามมา ผู้ปกครองควรจะติดตั้ง แผ่นกรองแสงหน้าจอ  ( SCREEN FILTER ) เพื่อปกป้องดวงตา และผิวพรรณให้เด็กๆนะคะ



4. ถือเครื่องไว้ที่มุม



แสงสีฟ้าถูกส่งตรงออกมาจากอุปกรณ์ หากคุณถืออุปกรณ์ไว้ที่มุม 30 องศาหรือมากกว่า คุณสามารถลดปริมาณแสงสีฟ้าเงินที่วัดได้อย่างเห็นได้ชัดซึ่งเข้าสู่ดวงตาของคุณ เพื่อหามุมที่ดีที่สุดให้ทดลองง่ายๆ คุณจะรู้สึกสบายตามากขึ้นเพราะถูกแสงรบกวนน้อยลงค่ะ



5. สวม BLUE LIGHT BLOCKING GLASSES




แว่นตาป้องกันแสงสีฟ้าทำด้วยเทคโนโลยีการควบคุมคลื่นความถี่พิเศษเพื่อดูดซับแสงสีฟ้า สวมใส่เพื่อลดสายตาและป้องกันดวงตาของคุณจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มองหาแว่นที่สามารตรดูดซับแสงสีฟ้าได้ถึง 90- 99 %
แว่นตาสีส้มหรือสีเหลือง จะสามรถช่วยลดแสงสีฟ้าได้ ควรใช้เป็นประจำเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเป็นต้อกระจกและภาวะความเสื่อมสภาพอื่น ๆ




6. ครีมบำรุงผิวและครีมกันแดด 




ครีมกันแดดนั้นไม่ใช่ไว้สำหรับใช้ในการออกแดดกลางแจ้งแต่เพียงเท่านั้น ครีมกันแดดยังช่วยปกป้องผิวหน้าคุณจากแสงสีฟ้า หรือ Blue Light  จากมือถือ แทปเล็ต หรือ จอคอมพิวเตอร์ ที่เราใช้กันเป็นประจำได้ เป็นบ่อเกิดของผิวคล้ำเสีย 



 








   





 

Powered by MakeWebEasy.com